ReadyPlanet.com
กลุ่มโรงงานอุสาหกรรม

 หลักการจัดการแมลงและสัตว์อื่นที่เป็นปัญหาในโรงงานอุตสาหกรรมสายการผลิต 

ภัตตาคาร,โรงแรม,คลังสินค้า,โรงพยาบาล และทางสาธารณสุข ฯลฯ

 

 

         

        แมลงและสัตว์อื่นที่เปนปญหาในบ้านเรือนและทางสาธารณสุขตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า “pest” ซึ่งคนส่วนใหญ่แปลเปนภาษาไทยว่า “ศัตรูพืช” แต่ความหมายที่สมบูรณ์ของคำว่า pest จะครอบคลุมถึง สิ่งมีชีวิตซึ่งลดและ/หรือ ทำลายทั้งปริมาณ คุณภาพ และราคา (หรือคุณค่า) ของทรัพย์สมบัติและทรัพยากร ของมนุษย์ ซึ่งรวมทั้งพืชและสัตว์ที่มนุษย์ปลูกและเลี้ยงไว้เพื่อเปนปจจัยสี่หรือเพื่อความบันเทิงของมนุษย์ นอกจากนั้น ยังรวมถึงพวกที่มีผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของมนุษย์โดยตรง ดังนั้น ถ้าจะแปลคำว่า pest เปน  “ศัตรูมนุษย์” ก็น่าจะเหมาะสมมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม แมลงและสัตว์เหล่านี้ก็เปนสิ่งมีชีวิตที่ อยู่ร่วมและสร้างปญหาให้กับมนุษย์มาแต่ดึกดำบรรพ์ และแม้ว่ามนุษย์จะพยายามหาทางกำจัดให้หมดไปจาก สภาพแวดล้อมแต่ก็เปนเรื่องที่เปนไปได้ยากมากหรือเปนไปไม่ได้เลย ดังนั้น มนุษย์จึงต้องเรียนรู้ที่จะจัดการ กับปญหาเหล่านี้อย่างถูกต้องเหมาะสม

 

          กลุ่มของสัตว์ที่สร้างปญหาในบ้านเรือนและทางสาธารณสุขมีทั้งกลุ่มแมลง เช่น ปลวก มด แมลงสาบ ยุง แมลงวัน หมัด เหา เรือด กลุ่มแมง เช่น ไรฝุ่น เห็บ แมงมุม แมงป่อง และกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลัง เช่น นก หนู สัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ สัตว์เหล่านี้ต้องการปจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต 3 ประการ ได้แก่ อาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ดังนั้น หากมนุษย์สามารถควบคุมปจจัยใดปจจัยหนึ่งให้ ไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของพวกมันก็จะทำให้ปญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นลดลงได้

  การจัดการ “ศัตรูมนุษย์” แบบผสมผสาน

 

          การจัดการ (management) หมายถึง กระบวนการที่เปนระบบ ซึ่งทำให้งานหรือกิจกรรมอย่างใด อย่างหนึ่งสำเร็จลุล่วงไปได้ โดยที่ผู้จัดการมีหน้าที่ในการวางแผนอย่างเปนขั้นตอนและประสานให้งานนั้น ดำเนินไปด้วยความราบรื่น แนวคิดในการจัดการแมลงและสัตว์อื่นที่เปนปญหาในบ้านเรือนและทางสาธารณสุข แบบผสมผสานนั้นพัฒนามาจาก การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (integrated pest management; IPM) ในภาคการเกษตร ซึ่งหมายถึง การเลือก การรวม และการนำวิธีการควบคุมศัตรูพืชแบบต่าง ๆ ไปใช้ผสมผสานกัน โดยคำนึงถึงผลที่ตามมาในแง่ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การยอมรับของผู้บริโภคและสังคมโดยรวม และ อันตรายหรือปญหาที่อาจเกิดกับสิ่งแวดล้อม สำหรับวิธีการควบคุมศัตรูพืชที่สามารถนำมาพิจารณาเลือกใช้ ได้แก่ การใช้วิธีทางเขตกรรม (cultural control) การใช้พันธุ์ต้านทานศัตรูพืช การใช้วิธีกลและ/หรือวิธี ทางกายภาพ การใช้วิธีการทางพันธุศาสตร์ วิธีทางกฎหมาย การใช้ชีววิธี และรวมถึงการใช้สารเคมี ทั้งนี้ หลักการของการจัดการศัตรูพืชโดยแบบผสมผสาน คือ

  • ศัตรูพืชไม่ได้ถูกกำจัดให้หมดสิ้นไป แต่ยังคงมีอยู่ในระดับหนึ่งซึ่งเปนระดับที่ยอมรับได้
  • การจัดการศัตรูพืชต้องพิจารณาทั้งระบบนิเวศ
  • มีการใช้การควบคุมโดยธรรมชาติมากที่สุด
  • พึงตระหนักอยู่เสมอว่าวิธีการควบคุมศัตรูพืชวิธีใดก็ตามอาจก่อให้เกิดผลเสียได้เสมอ
  • การประสานความร่วมมือระหว่างสายงานต่าง ๆ เปนสิ่งจำเปน

 จากหลักการดังกล่าว เราสามารถนำมาพัฒนาใช้กับแมลงและสัตว์อื่นที่เปนปญหาในบ้านเรือนและ ทางสาธารณสุขได้ โดยผู้ที่รับผิดชอบในการจัดการปญหาดังกล่าวจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ ใช้สารเคมีในการแก้ปญหา ทั้งนี้จะต้องดำเนินการ ดังนี้

  1. ทำการวิเคราะห์ชนิดของศัตรูที่เปนปญหาหรืออาจเปนปญหา ต้องศึกษาข้อมูลทางชีววิทยาและ นิเวศวิทยาโดยละเอียดเพื่อหาวิธีการหรือแนวทางปองกันการเกิดปญหา พร้อมทั้งหาระยะหรือ ช่วงเวลาที่เปนจุดอ่อนเพื่อให้สามารถจัดการได้ง่ายและมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากที่สุด
  2. สำรวจ ตรวจสอบบ้านเรือนหรือพื้นที่เปาหมายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบแนวโน้มการเกิด ปญหาและ/หรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องขอบเขตและความรุนแรงของปญหาว่ามี มากน้อยเพียงใด มีความจำเปนต้องดำเนินการหรือไม่ และต้องดำเนินการเมื่อใด
  3. ศึึกษาทางเลือกต่าง ๆ ในการปองกันและแก้ไขปญหาที่เกิดขึ้น และพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสม โดยอาจใช้หลาย ๆ วิธีผสมผสานกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ในขณะที่เปน อันตรายต่อผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาโดยถี่ถ้วน ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของมาตรการการแก้ปญหาที่เลือกมาใช้

 วิธีการจัดการแมลงและสัตว์อื่นที่เป็นปัญหาในบ้านเรือนและทางสาธารณสุข

 

  การควบคุมโรคและป้องกันการแพร่กระจายเบื้องต้น ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

 

            สิ่งแวดล้อม (Environment) หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวมนุษย์ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและสิ่งที่ มนุษย์สร้างขึ้น มีทั้งสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งที่ไม่มีชีวิต อาจเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมมีลักษณะทางกายภาพที่มองเห็นได้ จับต้องได้หรือสัมผัสด้วยประสาทสัมผัสอื่นๆ ได้เช่น มนุษย์พืช สัตว์ดิน น้ำ อากาศ สิ่งของต่างๆ หรือเป็นนามธรรม ซึ่งไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสด้วยประสาทสัมผัสอื่นๆ ได้ เช่น ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และ ความเชื่อต่างๆ 

           อนามัย (Health) องค์การอนามัยโลก ให้ความหมายว่า “สภาวะที่มีสุขภาพสมบูรณ์ดีทั้งทางร่างกาย และจิตใจ สามารถดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ด้วยดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและความทุพพลภาพ

           การสุขาภิบาล (Sanitation) “สุขาภิบาล” มาจากคำว่า สุข+อภิบาล ดังนั้นคำว่าการสุขาภิบาล หมายถึง การระวังรักษาเพื่อให้เกิดความสุข และการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม (Environment Sanitation) หมายถึง การระวัง รักษาเพื่อให้เกิดความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก ให้ความหมายว่า “การควบคุมสิ่งแวดล้อมทางกายภาพทั้งหมด ของมนุษย์ ที่กระทำหรืออาจกระทำให้เกิดผลเสียต่อพัฒนาการของร่างกาย สุขภาพและการดำรงชีวิตอยู่รอดของ มนุษย์”

           อนามัยสิ่งแวดล้อม (Environment Health) หมายถึง การจัดการและควบคุมสิ่งแวดล้อมที่เป็นหรือ อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศน์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอันจะ ส่งผลให้มนุษย์มีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม

 

 



หน้า 1/1
1
[Go to top]