ReadyPlanet.com
ข้อมูลเกี่ยวกับมด

  มด 

มดตัวน้อยตัวนิด มดมีฤทธิ์น่าดู ยู้ฮู 

        มดเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ทั่วไปตั้งแต่เขตร้อน (tropics) จนถึงบริเวณใกล้เขตขั้วโลก (subarctic) สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ดีทั้งในสภาพแวดล้อมทั่วไปในพื้นที่เกษตรกรรมและบริเวณที่อยู่อาศัย จนมีคำกล่าวว่า มดครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของพื้นดิน มีการประมาณการว่าทั่วโลกพบมดที่จำแนกชนิดแล้ว มากกว่า 13,000 ชนิด ส่วนในประเทศไทย คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รายงานว่า มีการพบมด แล้วทั้งหมด 12 วงศ์ย่อย มากกว่า 700 ชนิด มดจัดเป็นแมลงสังคมชนิดหนึ่งที่มีพฤติกรรมความเป็นอยู่ แตกต่างจากแมลงอื่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแมลงสังคมมีอยู่ 2 อันดับ คือ อันดับ Hymenoptera ได้แก่ กลุ่มของ ผึ้ง ต่อ แตน และมด และอันดับ Isoptera ได้แก่ ปลวก

          มดเป็นแมลงสังคมที่อยู่ในวงศ์ Formicidae จัดเป็นแมลงสังคมแท้จริงชั้นสูงที่รังมีประชากรเป็น จำนวนมาก มีการสร้างรังอย่างประณีต และสมาชิกภายในรังมีการแบ่งชั้นวรรณะแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งรูปร่าง ลักษณะ และหน้าที่ โดยมีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสมาชิกภายในรัง มดมีบทบาทต่อคนในหลาย ลักษณะ ทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษ โดยในแง่ที่เป็นโทษนั้น มดเป็นแมลงศัตรูทำลายพืชผลทางการเกษตร ในแปลงปลูกและในโรงเก็บ ทำความเสียหายทางด้านปศุสัตว์โดยเข้ากัดกินตัวอ่อน ส่วนในบ้านเรือนของคนนั้น มดจะเข้ามาก่อความรำคาญและทำความเสียหาย โดยเข้ามามีส่วนแบ่งในอาหารและที่อยู่อาศัยของคน นอกจากนั้น มดยังสามารถทำอันตรายกับคนโดยตรง โดยมดบางชนิดสามารถกัด หรือต่อยด้วยเหล็กใน หรือ ทั้งกัดและต่อยทำให้เกิดความเจ็บปวด เกิดอาการแพ้ หรือเกิดเป็นแผลติดเชื้อซ้ำบริเวณที่ถูกกัดหรือต่อยนั้น จากสาเหตุดังกล่าวมดบางชนิดจึงจัดเป็นทั้งแมลงที่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพและทางเกษตรกรรม

ลักษณะที่สำคัญโดยทั่วไปของมด (วรรณะมดงาน)

          ร่างกายมดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง แต่ละส่วนจะมีอวัยวะหรือ ลักษณะที่สำคัญต่าง ๆ ปรากฏอยู่ ลักษณะเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในมดแต่ละกลุ่มซึ่งใช้ในการจำแนกชนิดมด มดมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่น (รูปที่ 4.1.1) คือ หนวดมีลักษณะหักงอแบบข้อศอก (แบบ geniculate) แบ่งออกได้เป็นส่วน scape และ funicle ซึ่งในเพศเมียจำนวนปล้องหนวดจะมี 4–12 ปล้อง ส่วนเพศผู้มี 9–13 ปล้อง นอกจากนั้น มดจะมีก้านท้อง เรียกว่า abdominal pedicel หรือ abdominal petiole หรือเอว (waist) ซึ่งอาจจะมีปุ่มนูนขึ้นมา 1-2 ปุ่ม หรือไม่มีก็ได้ ส่วนท้องปล้องที่เหลือ จากก้านท้องรวมเรียกว่า gaster มดมีปากแบบกัดกิน มีฟัน หรือกราม เรียกว่า mandible ซึ่งมดบางชนิดจะมีฟันที่ใหญ่มองเห็นได้เด่นชัด มดบางชนิดจะมีเหล็กในยื่นออกมาให้เห็นจากปลายของส่วนท้องซึ่งจะเชื่อมต่อกับ ต่อมพิษที่อยู่ภายในท้อง มดจะมีตารวมขนาดใหญ่ 1 คู่ (compound eyes) บางชนิดมีตาเดี่ยว (ocelli) ซึ่งโดยทั่วไปจะมี 3 ตา อยู่เหนือระหว่างตารวม

 

วงจรชีวิต

          มดเป็นแมลงที่มีการเจริญเติบโตแบบมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างสมบูรณ์ (complete metamorphosis) ในวงจรชีวิตประกอบด้วย ระยะไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย

     เนื่องจากมดเป็นแมลงสังคม สมาชิกที่อยู่ในรังจะมีการแบ่งชั้นวรรณะและแบ่งหน้าที่แยกออก จากกันอย่างชัดเจน ประกอบด้วย 3 วรรณะ คือ

1. วรรณะมดแม่รัง

          หรือมดราชินี มีขนาดใหญ่กว่ามดตัวอื่นที่อยู่ในรัง อกหนา ท้องใหญ่ และมักมีตาเดี่ยว สามารถสืบพันธุ์ได้ ทำหน้าที่ในการเริ่มต้นสร้างรังและวางไข่เพื่อผลิตสมาชิกวรรณะอื่น ๆ ภายในรัง ตลอดจนควบคุมกิจกรรม ต่าง ๆ ภายในรัง

2. วรรณะสืบพันธุ์

          ประกอบด้วยมดเพศผู้และมดเพศเมียที่สามารถผสมพันธุ์ได้ โดยทั่วไปจะมีปีก และมีขนาด ใหญ่กว่ามดงานแต่เล็กกว่ามดแม่รัง มดวรรณะนี้จะผลิตออกมาเมื่อรังมีขนาดใหญ่และสมาชิกภายในรัง มีมาก โดยจะมีหน้าที่ผสมพันธุ์เพื่อขยายรังใหม่ พบเป็นจำนวนน้อยกว่ามดงานในแต่ละรัง

3. วรรณะมดงาน

          เป็นมดเพศเมียที่เป็นหมัน ไม่มีปีก เป็นมดที่ออกหาอาหารและพบอยู่เสมอภายนอกรัง นอกจากหาอาหารแล้ว มดงานยังมีหน้าที่ในการสร้างรัง รักษารัง ดูแลตัวอ่อนและราชินี และป้องกัน รัง มดงานบางชนิดสามารถแบ่งรูปร่างออกได้เป็นมดงานที่มีรูปร่างแบบเดียว (monomorphic form) มดงานที่มีรูปร่าง 2 รูปแบบ (dimorphic form แบ่งออกเป็น major worker และ minor worker) และมดงานที่มีรูปร่างได้หลายแบบ (polymorphic form)

 

วิธีการควบคุมมด

          การควบคุมกำจัดมดถ้าต้องการให้ได้ผลดีและยั่งยืนเช่นเดียวกับการกำจัดแมลงทั่วไป อันดับ แรก ต้องทราบชนิดของมดที่เราต้องการควบคุม รวมทั้งต้องทราบลักษณะ อุปนิสัย อาหารที่ชอบและ แหล่งที่อยู่อาศัย เพื่อสามารถหาวิธีที่เหมาะสมในการกำจัดมดแต่ละชนิด และควรใช้หลายวิธีร่วมกัน วิธีการควบคุมโดยทั่วไป ได้แก่ 

          1. การควบคุมโดยใช้สารเคมี (chemical control)

1.1 เลือกสารเคมีชนิดที่หาได้ง่ายในบ้านเรือน เช่น น้ำมันหล่อลื่น น้ำส้มสายชู หยอดลง ไปตามช่องที่มดเดินเข้า–ออก จะสามารถฆ่ามดพวกนี้ได้

1.2 วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน ส่วนใหญ่จะเน้นสารในกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์ (synthetic pyrethroids) หรือวัตถุอันตรายที่มีฤทธิ์ตกค้างนานในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphates) และคาร์บาเมต (carbamates)

1.3 เหยื่อพิษการใช้เหยื่อพิษเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการควบคุมกำจัดมด เหยื่อพิษที่ดีต้องไม่มี ส่วนผสมของสารไล่ (repellents) แต่จะประกอบด้วยอาหารที่สามารถดึงดูดให้มดมากินเหยื่อ สารเคมีที่ สามารถฆ่ามดได้ รวมทั้งสารที่ทำให้เหยื่อสามารถผสมกันและคงสภาพอยู่ได้ อาหารที่ผสมอยู่ในเหยื่อพิษ จะแตกต่างกัน เช่น อาจเป็นพวกโปรตีนหรือน้ำตาล ดังนั้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของมดซึ่งจะ ชอบอาหารแตกต่างกัน ปกติสารเคมีที่ผสมอยู่ในเหยื่อพิษเพื่อฆ่ามดจะมี 2 ประเภท คือ ประเภทออก ฤทธิ์เร็วฆ่ามดได้ทันทีซึ่งประเภทนี้จะให้ผลเร็ว กับสารเคมีประเภทออกฤทธิ์ช้า ซึ่งประเภทนี้จะเห็นผล ช้ากว่าแต่ให้ผลดีในระยะยาวโดยใช้หลักการที่ทำให้มดนำเหยื่อพิษกลับไปป้อนให้สมาชิกอื่น ๆ ภายในรัง (trophallaxis) เพื่อเป็นการฆ่ามดวรรณะอื่น ๆ รวมทั้งตัวอ่อนที่อยู่ในรังด้วย

          2. การควบคุมโดยการปรับสภาพแวดล้อม (sanitation and environmental management) 

          ไม่ควรให้มีแหล่งอาหารของมด โดยเฉพาะแหล่งอาหารตามธรรมชาติอยู่ในบ้านเรือนหรือ บริเวณรอบบ้าน หมั่นสอดส่องดูแลภายในบ้านไม่ให้มีที่ที่เหมาะสมสำหรับมดมาทำรัง และไม่ควรปลูก ต้นไม้ที่มีน้ำหวาน (honeydew) ไว้ใกล้บ้าน เนื่องจากมดบางชนิดอาศัยกินน้ำหวานบนต้นไม้ หรือ มีความสัมพันธ์อยู่ร่วมกับเพลี้ยอ่อนที่อาศัยดูดกินน้ำหวานบนต้นไม้ โดยมดจะเลี้ยงดูป้องกันภัยให้กับ เพลี้ยอ่อน ขณะเดียวกันมดจะได้รับอาหารจากตัวเพลี้ยอ่อนที่ปล่อยออกมา ดังนั้น ถ้าปลูกต้นไม้ที่มี น้ำหวานไว้ใกล้บ้านจะเป็นช่องทางเดินให้มดเข้ามาอาศัยหากินหรือทำรังอยู่ในบ้านได้

         3. การควบคุมโดยวิธีกล (mechanical control)

          โดยการใช้มือบี้หรือทำลาย ใช้ไม้กวาดกวาดทิ้ง หรือการทำลายรังโดยวิธีต่าง ๆ เช่น ใช้ไฟเผา ตัดรังทิ้งในกรณีที่รังอยู่บนต้นไม้ เป็นต้น

  • การจัดการมด

          การจัดการกับมดที่ก่อให้เกิดปัญหาในที่พักอาศัยทั้งในบ้านเรือนและบริเวณรอบบ้าน รวมทั้ง ในอาคารสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือโกดังเก็บสินค้า ประเภทอาหาร จะมีรายละเอียดของกลวิธีที่จะใช้แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับชนิดของมดและความ ปลอดภัยของสถานที่ รวมทั้งเพื่อให้เกิดความพอใจของเจ้าของสถานที่ การควบคุมควรให้เห็นผลทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาวซึ่งจะมีรูปแบบการควบคุมที่ต่างกัน โดยต้องนำวิธีการควบคุมต่าง ๆ มาใช้ร่วมกัน (pest management) ซึ่งมีอยู่หลายวิธี

 

 




ข้อมูลทางด้านแมลง

ข้อมูลเกี่ยวกับไรฝุ่น
ข้อมูลเกี่ยวกับแมลงวัน
ข้อมูลเกี่ยวกับยุง
ข้อมูลเกี่ยวกับหนู
ข้อมูลเกี่ยวกับแมลงสาบ
ข้อมูลเกี่ยวกับปลวก